เข้าสู่ระบบ!! สมัครสมาชิก บทความ
ภาษาไทย

หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (80)
 รักแร้ดำ ไม่เรียบเนียน ขาหนีบดำ ผิวบริเวณก้น
 ทรีทเมนท์หน้าใส AHA-BHA (Treatment)
 ครีมแต่งหน้าใส หน้าเด้ง แบบดารา&พริตตี้
 ครีมหน้าใส ครีมหน้าขาว ครีมหน้าเด้ง
 มูส-สบู่ทำความสะอาดหน้าใส (Cleansing)
 เซรั่มหน้าลดริ้วรอย ยกกระชับ (Serum)
 มาร์คหน้าขาว พอกหน้าใส เร่งด่วนข้ามคืน (Mark)
 ครีมเช็คเครื่องสำอางค์ (Cleansing Cream)
 สปาผิวกาย ขัดผิวขาว บำรุงผิวนุ่ม (Spa)
 ครีมกันแดดผิวหน้า-ผิวกาย (Sun Care)
 รอบดวงตา (Eyes Cream)
 รักษาสิวอักเสบ สิวผด ลดรอยแดง (Acne)
 โทนเนอร์ กระชับรูขุมขน (Toner)
 ครีมเพื่อจุดซ่อนเร้นของคุณผู้หญิง (Vergina)
 นมชมพู (Pink Nipple Cream)
 แบ่งปันความรู้ ให้คุณเริ่มต้นผิวสวยใส



สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 17/10/2551
ปรับปรุงเวบเมื่อ 21/05/2555
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 80


จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ





แบบสอบถามออนไลน์
คุณสนใจครีมอะไรมากที่สุด
ครีมหน้าขาว
ครีมหน้าใส
ครีมหน้าเด้ง
ครีมยกกระชับผิว
ครีมลดริ้วรอย
ครีมรักษาสิว
ครีมลดฝ้า กระ



รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> แบ่งปันความรู้ ให้คุณเริ่มต้นผิวสวยใส >> ทำไมต้องใช้สารกันแดด เราจะเลือกใช้อย่างไร

ทำไมต้องใช้สารกันแดด เราจะเลือกใช้อย่างไร - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
ทำไมต้องใช้สารกันแดด เราจะเลือกใช้อย่างไร

  Tell a Friend

ทำไมต้องใช้สารกันแดด เราจะเลือกใช้อย่างไร

รหัสสินค้า: 000125
รายละเอียด:

สาระน่ารู้

สารกันแดด

แสงแดดกับผิวหนังเป็นของคู่กัน ผิวหนังเป็นอวัยวะที่ห่อหุ้มร่างกาย เป็นปราการด่านแรกที่ต้องเจอกับแสงแดด  ในแสงแดดมีรังสีอุลตราไวโอเลต (Ultraviolet ray)ซึ่งทำให้เกิดปฏิกิริยาต่างๆ มากมาย ทั้งที่เป็นผลดีและที่เป็นผลเสียกับผิวหนัง ถ้าได้รับแสงแดดจัดมากอาจเกิดอาการแดง (Erythrema) หรือเกิดอาการที่เรียกว่า ถูกแดดเผา (Sunburn)ซึ่งเป็นการทำงายเซลล์หนังกำพร้าชั่วคราว แต่หากถูกแสงแดดเป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้ผิวหนังหนา หยาบกร้านมากขึ้นและทำให้ผิวหนังมีสีคล้ำ (Tanning)ขึ้นได้ เนื่องจากการที่แสงแดดกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีที่ผิวหนังให้สร้างเม็ดสี (Melanin pigment)เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้รังสีอุลตร้าไวโอเลต อาจทำให้เกิดโรคมะเร็งที่ผิวหนังได้ โดยเฉพาะในคนผิวขาวจะมีโอกาสเกิดโรคมะเร็งผิวหนังมากกว่าคนผิวดำ เนื่องจากคนผิวดำจะมีผิวหนังหนาและมี เมลานินมากกว่า จึงทำให้ป้องกันรังสีจากแสงแดด ได้มากกว่า

ดังนั้นจึงควรปกป้องผิว จากแสงแดดให้มากที่สุด โดยหลีกเลี่ยงการตากแดด หรือ สวมใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด ในปัจจุบันได้มีการผลิตสารที่ช่วยป้องกัน รังสีอุลตราไวโอเลต ที่เรียกว่า ผลิตภัณฑ์กัน แดด ใช้ทาผิวหนังเพื่อป้องกัน รังสีอุลตราไวโอเลต ได้

ประเภทของสารกันแดด
แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

1. กลุ่มสะท้อนแสง (Protection by Reflection)
สารในกลุ่มนี้เป็นสารกันแดดซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวสะท้อนแสง (Physical barrier) ป้องกันไม่ให้รังสี (UV)ผ่านผิวหนังได้ สารเหล่านี้ได้แก่ Titanium dioxide ,Zinc oxide ,Magnesium carbonate ,Calcium carbonate ,Iron oxide ,Magnesium oxide เป็นต้น
เนื่องจากสารกลุ่มนี้เป็นสารทีมีสีทึบและมีคุณสมบัติในการป้องกันรังสีทุกชนิด (ตั้งแต่ช่วงคลื่น 290 –760 nm.)เมื่อรังสีอุลตร้าไวโอเลตตกกระทบจะถูกสะท้อนออกหมด ดังนั้นจึงสามารถใช้เป็นสารป้องกันแดดเผาได้

2. กลุ่มดูดซับแสง (Protection by Absorption)
สารประเภทนี้จะสามารถดูดกลืนรังสี อุลตร้าไวโอเลตไว้ได้ บางชนิดดูดกลืนได้เฉพาะรังสี UVA หรือ UVB อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่บางชนิดสามารถดูดกลืนได้ทั้ง UVA และ UVB

- Suntanning agents เป็นสารกันแดดที่สามารถดูดกลืนรังสี UVBได้ประมาณ 85%และสามารถปล่อยรังสี UVA ผ่านผิวหนังได้ จึงทำให้ผิวเป็นสีแทน จึงใช้ทาเพื่อเปลี่ยนสีผิวเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นยาทากันแดด

- Sunburn preventive agents เป็นสารกันแดดที่มีประสิทธิภาพในการดูดกลืนรังสี UVBได้ประมาณ 95%หรือมากกว่า

สารทั้ง 2 กลุ่มนี้อาจจะเป็นสารคนละตัวหรือสารตัวเดียวกันก็ได้ ถ้าเป้นสารตัวเดียวกันที่สามารถป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB มักจะใช้ความเข้มข้นสูงเพื่อใช้เป็น Sunburn preventive agents แต่หากใช้ในความเข้มข้นต่ำจะกลายเป็น Suntanning agents ได้

- Opaque sunblock agentsเป็นสารกันแดดที่ทำหน้าที่เป็นตัวสะท้อนแสง เนื่องจากเป็นสารที่ทึบแสง รังสีทุกชนิดที่มากระทบจะถูกสะท้อนออกหมด จึงเป็นได้ทั้ง Sunburn preventive agents และ Suntanning agents ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสารนั้น


ตารางแสดงสารเคมีที่ใช้เป็นสารกันแดดทั่วๆไป
 

ชนิดของสาร

ชื่อ

%ความเข้มข้นสูงสุดที่อนุญาต *

สารที่ดูดกลืนUVA
(UVA absorbers)

- Sulisobenzone
- Oxybenzone
- Dioxybenzone
- Menthyl anthranilate

5-10%
2-6%
3%
3.5-5%

สารที่ดูดกลืน UVB
(UVB absorbers)

- Aminobenzoic acid
- Amyl dimetyl PABA
- 2-Ethoxyethyl p-methoxy
  cinnamate
- Diethanolamine p-methoxy
  cinnamate
- Digalloyl trioleate
- Ethyl 4-bis (hydroxypropyl)
  amino benzene
- 2-Ethylhexyl-2-cyano-3 ,
  3-Diphenylancrylate
- Ethylhexyl p-methoxy
  cinnamate
- 2-Ethylexyl salicylate
- Glyceryl aminobenzoate
- Homomethyl salicylate
- Lawsone with
  dihydroxyacetone
- Octyl dimethyl PABA
- 2-Phenylbenzimidazole-5-
  sulfonic acid
- Triethanolamine salicylate

5-15%
1-5%
1-3%

8-10%

2-5%
1-5%

7-10%

2-7.5%

3-5%
2-3%
4-15%
0.25%

1.4-8%
1.4

5-12%

สารสะท้อนแสง

- Red petrolatum
- Titanium dioxide

30-100%
2-2.5%

* เป็นปริมาณสารที่องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA/USA) อนุญาตหรือรับรองให้ใช้

จุดประสงค์ของการใช้สารกันแดด
1.ป้องกันแสงแดดและการเกิดฝ้า กระและรอยด่างดำ
2.ป้องกันผิวจาการถูกแดดเผา
3.ป้องกันโรคมะเร็งผิวหนัง

โดย มากแล้วผลิตภัณฑ์กันแดดหรือเครื่องสำอางกันแดดมักจะมีสารกันแดดประกอบอยู่ ด้วยกันหลายชนิด เพื่อให้ผลิตภัณฑ์นั้นมีคุณสมบัติป้องกันรังสี ทั้ง UVA และ UVBและเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสีอุลตร้าไวโอเลตได้มากที่สุดคือ มีค่า SPF สูงนั่นเอง

Sun Protection Factor (SPF)
ค่า SPFคือ ค่าของประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์กันแดดชนิดนั้นๆ ตัวเลขที่แสดงค่า SPFนั้นได้จากอัตราส่วนของระยะเวลาที่ผิวหนังได้รับแสงแดดระหว่างผิวที่ทาสาร กันแดดกับผิวที่ไม่ได้ทาสารกันแดดแล้วเกิดอาการแดงน้อยที่สุด

SPF      = ระยะเวลาของผิวหนังที่ได้รับแสงแดดแล้วเกิดอาการแดงเมื่อทาสารกันแดด      
                ระยะเวลาของผิวหนังที่ได้รับแสงแดดแล้วเกิดอาการแดงเมื่อไม่ได้ทาสารกันแดด

=Protected Minimum Erythema Dose
    Unprotection Minimum Erythema Dose

= Protected Med
    Unprotected Med

ดังนั้น หากสารกันแดดชนิดที่มีค่า SPF เท่ากับ 15 ก็หมายความว่า เมื่อทาสารกันแดดชนิดนี้แล้วสามารถทนแดดได้นานมากกว่าเดิม 15 เท่า

คน ที่มีสีผิวต่างกันจะมีช่วงเวลาที่ทำให้เกิดอาการแดงเมื่อถูกแสงแดดแตกต่าง กัน คนผิวขาวเมื่อถูกแสงแดด จะเกิดอาการแดงง่ายกว่า คนที่มีผิวคล้ำ ดังนั้นคนผิวคล้ำอยู่แล้ว อาจจะใช้สารกันแดดที่มีค่า SPF 6-14 ก็พอ ในขณะที่คนผิวขาว หรือคนที่เป็น กระหรือรอยด่างดำ ควรทาสารกันแดดที่มีค่า SPF เท่ากับ 15 หรือ มากกว่านั้น


ตารางแสดงการแบ่งชนิดผิวสารใช้ยากันแดด

ผิวแบบที่

ความไวต่อแสงอุลตร้าไวโอเลต

ประวัติผิวไหม้และคล้ำจากการตากแดด

ครีมกันแดดที่แนะนำ
(SPF)

1
 

ไวมากที่สุด

ผิวไหม้ง่าย ไม่เคยคล้ำ

> 10

2
 

ไวมากที่สุด

ผิวไหม้ง่าย คล้ำเล็กน้อย

> 10

3

ไวมาก

ผิวไหม้ปานกลาง ค่อยๆคล้ำ
เป็นคนผิวสีน้ำตาลอ่อน

8-10

4

ไวปานกลาง

ผิวไหม้เล็กน้อย คล้ำง่าย
เป็นคนสีผิวน้ำตาลปานกลาง

6-8

5

ไวเล็กน้อย

ไม่ไคร่ไหม้ คล้ำเร็วมาก
เป็นคนผิวสีน้ำตาลแก่

4

6
 

ไม่ไว

ไม่เคยไหม้ เป็นคนผิวดำ

ไม่จำเป็น



การเลือกใช้ยากันแดด

1. สามารถป้องกันรังสีทั้ง UVA และ UVB

สาร กันแดดชนิดที่ดูดซึมแสง จะใสไม่มีสี เมื่อทาแล้วจะมองไม่เห็น แต่ถ้าเป็นชนิดสะท้อนแสง เมื่อทาแล้วจะเห็นเป็นปื้นหนา จึงไม่เป็นที่นิยมใช้กัน แต่คนที่แพ้แสงแดดมาก จำเป็นจะต้องใช้สารกันแดดที่มีสารสะท้อนแสงด้วย เพื่อลดปริมาณ รังสีอุลตร้าไวโอเลตที่ผิวหนัง

2. ต้องติดผิวหนังได้ดี
ไม่เป็นสารที่ระเหยและไม่ควรละลายน้ำ (Water proof) หรือ ทนต่อการชะล้างของน้ำหรือเหงื่อได้ดี ควรทายากันแดดอย่างน้อย 1 ชม. ก่อนถูกแดดจึงจะได้ผลดีที่สุด

3. เหมาะสมกับผิว
สารกันแดดมีหลายชนิด เช่น ครีม โลชั่น เจล บางชนิดมีส่วนผสมของแอลอกฮอล์ (Alcohol) คน ที่มีผิวค่อนข้างมันหรือเป็นสิว ควรเลือกใช้สารกันแดดที่เป็นโลชั่นหรือเจล มากกว่าครีม เพราะจะไม่เหนียวเหนอะหนะ ส่วนคนที่ผิวแห้งควรใช้ครีมกันแดด จะเหมาะกว่าเพราะครีมจะมีส่วนที่เป็นน้ำมันช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้นด้วย และไม่ควรใช้สารกันแดดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพราะจะทำให้ผิวแห้งมากขึ้น ได้

4.ไม่เป็นพิษ
ไม่ระคายเคือง หรือเกิดอาการแพ้ สารกันแดดที่มีสารจำพวก PABAมีโอกาสแพ้ได้มากกว่า กลุ่ม non-PABA สารที่ปะปนมากับสารกันแดด อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ เช่น สี ,น้ำหอม ,Mineral oil ,Petrolatum ,Isopropyl esters ,Lanolin derivertives ,Waxes ,Thickerners ฯลฯ

ก่อนใช้สารกันแดด ควรทดลองใช้บางบริเวณก่อน เช่น บริเวณ ใต้ท้องแขน ใต้คาง เป็นต้น




© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.